พ่อมดเมอร์ลินและตัวตนที่แท้จริงในประวัติศาสตร์

เรื่องที่น่าสนใจล่าสุด

หากกล่าวถึงตำนานผู้หยั่งรู้อนาคต พ่อมดเมอร์ลินคงจะเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่หลายคนน่าจะเคยได้ยินมาบ้าง เพราะมีการนำเรื่องราวของพ่อมดไปทำซีรีส์ ภาพยนตร์ กระทั่งM88เกมส์ธีมพ่อมดเมอร์ลินนำโชคด้วย

เมอร์ลินหรือเมียร์ดิน (Myrddin) เป็น “พ่อมด” จากยุคโบราณ เป็นอาจารย์และที่ปรึกษาคนสำคัญของกษัตริย์อาเธอร์แห่งคาเมลอตที่ฉลาด มากความสามารถ ว่ากันว่าเคยแสดงอภินิหารมากมาย และที่สำคัญคือพากษัตริย์อาเธอร์ไปตามหาดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์สำเร็จ ตำนานกล่าวว่าอาเธอร์เป็นผู้ที่ใช้ชีวิตย้อนหลัง คือเคยอาศัยอยู่ในอนาคตมาแล้ว เห็นอนาคตมาหมดแล้วก่อนย้อนมาสู่อดีต จึงทำให้หยั่งรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากเหตุการณ์ต่าง ๆ

แต่เอาจริง… ถ้าว่ากันตามวิทยาศาสตร์ มันเป็นไปได้เหรอ

เมียร์ดินมีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 6 เป็นหัวหน้าเผ่าพิกต์ (Picts) ซึ่งพูดภาษาเคลติกอยู่แถบสก็อตแลนด์ถึงทางเหนือของอังกฤษในปัจจุบัน เมื่อกองทัพไอริชบุก เมียร์ดินนำทัพออกไปสู้ในศึกอาร์เดอริดในปี ค.ศ. 573 จนชนะ เรื่องราวมีเท่านี้

แล้วไปไงมาไงถึงเป็นสุดยอดพ่อมดได้

คุณแมทธิวส์ผู้ศึกษาเรื่องเมียร์ดินมากว่า 30 ปีจากประวัติศาสตร์ยุคมืดกล่าวว่า “แหล่งข่าวบอกว่ากษัตริย์หรือเจ้าชายเมียร์ดินนี้เห็นการตายของครอบครัวตัวเอง ทำให้เขากลายเป็นบ้าและเข้าป่าไปใช้ชีวิตลำพัง เมื่อผ่านไปนานเข้าทำให้สภาพเหมือนพ่อมดหมอผีขึ้นทุกที แถมยังคุยกับสัตว์ป่ารู้เรื่อง มีกวีนำเรื่องราวนี้ไปบันทึกเป็นกวีและกลายเป็นการปูทางให้คนเข้าใจผิดว่าเขาเป็นพ่อมดผู้วิเศษ ประกอบกับเมื่อเวลาผ่านไป 2-3 ศตวรรษ มีนักเล่าเรื่องแต่งเรื่องจากยุคกษัตริย์อาร์เธอร์ และน่าจะมาพบบทกวีภาษาเคลต์นี้เข้า ทำให้มีการใส่ไข่เข้าไปให้มีความน่าตื่นเต้น จนเมียร์ดินกลายเป็นเมอร์ลินที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน

เท่านั้นยังไม่พอ ช่วงศตวรรษที่ 12 เจฟฟรีย์แห่งมอนมัธ นักบันทึกประวัติศาสตร์และนักเขียนผู้หลงไหลในเรื่องลึกลับจากยุคอาร์เธอร์ ได้เขียนว่าเมียร์ดินเป็นชาวเวลช์ เกิดที่เมืองคาร์เมอร์เธน (แปลว่าเมืองของเมียร์ดิน) มีแม่เป็นมนุษย์และพ่อเป็นปีศาจ ชื่อของเมียร์ดินถูกเปลี่ยนเป็นเมอร์ลินเนื่องจากเรื่องราวของเขาถูกนำไปเล่าขานต่อโดยนักเขียนชาวฝรั่งเศส

ซึ่งเมียร์ดินใกล้เคียงคำหยาบในภาษาฝรั่งเศสคำว่า Merde แปลว่าอึ

สรุปว่าตำนานพ่อมดเมอร์ลินนั้นไม่ได้เป็นจริงเลย แต่เป็นการผสานเรื่องราวบวกจินตนาการของผู้เขียนมากมายหลายคนหลากช่วงเวลานั่นเอง