Guestpost โฟสฟรี ถ้าคุณมีสาระดีๆ ที่นี่เราให้คุณได้แบ่งปัน

Notifications
Clear all

วิธีใส่รูปภาพในโพส ขั้นตอนที 1. ฝากรูปฟรี คลิกที่นี่

คำเตือน! อันตรายจากการทาน "ผัก-ผลไม้" มากเกินพอดี

pakdee
(@pakdee)
Reputable Member Registered

2021-03-08-144109

ผักและผลไม้ถือเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ในทุกๆ วันเราควรรับประทานอักและผลไม้ให้ได้จำนวนมากเพียงพอ แต่ถ้าหากเรารับประทานผักหรือผลไม้มากเกินไปหล่ะ แน่นอนว่าผักหรือผลไม้บางชนิด หากรับประทานมากจนเกินไปก็อาจเกิดผลเสียต่อร่างกายได้

มะละกอ

ใครที่มีอาการท้องผูก ก็มักจะเรียกหามะละกอมารับประทาน เพราะมะละกอจะช่วยระบายให้สบายท้อง

มีผลการวิจัยยืนยันมาแล้วว่ามะละกอมีประโยชน์อีกหลายประการเลยทีเดียว ทั้งช่วยต้านมะเร็ง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และด้วยปริมาณกากใยที่สูงจึงช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย ทำให้ห่างไกลจากโรคริดสีดวงทวารไปโดยปริยาย

มะละกอยังช่วยบำรุงตับ ป้องกันอาการตับโต และสำหรับคุณแม่ที่ให้นมลูกนั้น มะละกอยังช่วยให้คุณแม่มีน้ำนมมากขึ้นอีกด้วยค่ะ

แต่ถ้าทานมะละกอมากเกินไป จะเกิดอะไรขึ้น?

ด้วยความที่ มะละกอ มีสาร "แคโรทีนอยด์" ซึ่งหากรับประทานในปริมาณมาก สารนี้อาจตกค้างในตับของเราได้ สังเกตุได้จากอาการที่ฝ่ามือจะเริ่มกลายเป็นสีเหลือง

คำถามคือ ปริมาณที่ว่ามากนั้นคือเท่าไหร่กัน

ปริมาณมากในที่นี้คือ ทานมะละกอประมาณวันละหนึ่งลูกและทานทุกวัน ถ้าทานแบบปกติก็ยังไม่น่าห่วงแต่อย่างใด

แครอท

ผักสีส้มสด เมนูโปรดของเจ้ากระต่ายนั้นมีประโยชน์มากมาย ทั้งมีวิตามินเอและสารเบต้าแคโรทีน ช่วยบำรุงสายตา ช่วยบำรุงผิวและเนื้อเยื่อต่างๆ ให้ทำงานได้ดี ช่วยยับยั้งความเสื่อมของอวัยวะสำคัญของร่างกาย ช่วยขับปัสสาวะ บำรุงเลือดให้ไหลเวียนสะดวก และช่วยขับของเสียออกนอกร่างกาย

นอกจากนี้แครอทยังมีสาร "ฟอลคารินอล" ซึ่งทำงานร่วมกับสารเบต้าแคโรทีน สามารถต้านอนุมุลอิสระอันเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็ง

มีการวิจัยมาแล้ว ว่าแครอทมีสาร "แคลเซียมเพคเตท" ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอลในเลือด ลดอัตราการเกิดโรคหัวใจ ป้องกันภาวะหัวใจล้มเหลว ลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤษ์ อัมพาต ความดันโลหิตสูงและต้อกระจกอีกด้วยนะคะ

แล้วถ้าทานแครอทมากไป จะเป็นอย่างไร ?

ผิวสีเนื้อของคุณ อาจจะเปลี่ยนเป็นผิวสีส้ม โดยเฉพาะบริเวณผิวที่บางๆ ทั้งมือและเท้าจะกลายเป็นสีส้มอ่อนๆ ได้ เหตุผลก็มาจากการที่ร่างกายของเราไม่มีเอนไซม์ที่จะเปลี่ยนสาร "แคโรทีนอยด์" จากแครอท ให้เป็นวิตามินเอได้นั่นเอง จึงทำให้มีสารทีส้มนี้สะสมในร่างกายมากเกิน
แต่ถ้าเราหยุดทานแครอทสักพักอาการตัวส้มก็จะหายไปได้เอง โดยรวมๆ แล้ว ก็ไม่ได้น่ากลัวมากเท่าไหร่นัก

บีทรูท

บีทรูทคนไทยอาจจะยังไม่คุ้นเคยในการนำเอามาปรุงอาหารสักเท่าไหร แต่จริงๆ แล้วบีทรูทประกอบด้วยสารอาหารมากมาย ทั้งแคลเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม โพแทสเซียม เหล็ก ทั้งให้วิตามินสูง ทั้งวิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี 1 และบี 2

สารสีแดงในหัวบีทรูท คือ เบทานิน (betanin) เป็นกรดอะมิโนที่มีสรรพคุณยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกและมะเร็ง

นอกจากนั้นบีทรูทยังมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย บำรุงเลือด ทำให้การไหลเวียนของโลหิตไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดี บำรุงตับ ไต ถุงน้ำดี

เป็นอาหารล้างพิษโดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ติดสุราเรื้อรัง

เป็นยาระบาย แก้เจ็บคอ ขับเสมหะ แก้ไอ ช่วยการเจริญอาหาร แก้บิด แก้ปวดหัว ปวดฟัน และยังช่วยขับปัสสาวะอีกด้วย

รับประทานบีทรูทมากเกินไป จะเกิดอะไรขึ้น ?

ด้วยความที่บีทรูทอุดมไปด้วยสาร "เบทานิน" ที่ให้สีแดง เมื่อรับประทานบีทรูทมากเกินไปจะทำให้ปัสสาวะเป็นสีแดงออกมาได้ แต่ก็เป็นเพียงการขับสารที่เป็นส่วนเกินออกมา ไม่ได้เป็นอัตรายแต่อย่างใด

โดยรวมแล้ว ก็ไม่ได้น่ากลัวมากเท่าไหร่นัก แต่ทางที่ดีควรรับประทานผักและผลไม้ให้หลากหลายชนิดจะดีกว่า เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารได้ครบถ้วนนั้นเอง

https://lifecenterthailand.wordpress.com

Quote
Topic starter Posted : 08/03/2021 2:50 pm
Share: