วันที่แม่ยิ้ม : maeklong

เรื่องสั้น

ชายหนุ่มนั่งอย่างสงบดูสำรวมกาย พระภิกษุชรากำลังปลงผม ของเขาอยู่ บุญรอดหลับตาเขานึกถึงแม่ แม่ซึ่งเขาไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้ามาเลย ตั้งแต่เขาเกิดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาเขานึกหน้าแม่ไม่ออก แต่อะไรบางอย่างบอกให้เขารู้ว่าแม่ก็รักเขามาก ถ้าวันนี้แม่ยังอยู่แม่คงจะรู้สึกดีใจที่เห็นเขาเข้าสู่ร่มกาสาวพัตร์

เขาบวชเพื่อแม่ เพื่อทดแทนพระคุณแม่

ตั้งแต่เขาจำความได้เขารู้ว่าเขามีพ่อ หลังจากที่แม่ตายไป พ่อก็เลี้ยงดูเขามาหลายปี ต่อมาพ่อได้เมียใหม่ ก็เลยนำเขามาฝากไว้กับยายซึ่งแก่มากแล้ว บุญรอดไม่เคยถามพ่อว่าทำไมหรือเพราะอะไรพ่อถึงทำเช่นนี้ แต่เขาเข้าใจว่าพ่อคงมีความจำเป็นบางประการที่ไม่สามารถให้เขาอยู่กับพ่อได้ บุญรอดจำได้ว่าตอนนั้นเขาอายุได้สิบกว่าขวบแล้ว พ่อเดินจูงเขาเข้ามาเงียบๆและก้มลงบอกเขาว่าต่อไปพ่อคงดูแลเขาไม่ได้แล้ว เขาต้องดูแลตัวเองให้ดีเป็นเด็กดีนะแล้วพ่อก็เดินจากไปไม่หันหลังกลับมาอีก เขาร้องไห้ ร้องตะโกนเรียกพ่อให้พาเขาไปด้วย ร้องจนไม่มีเสียงแต่สุดท้ายพ่อก็เดินหายลับไปและไม่เคยกลับมาตั้งแต่วันนั้น

บุญรอดโตมาท่ามกลางความยากจน เขาช่วยยายทำงานทุกอย่างเท่าที่ความสามารถของเด็กคนหนึ่งจะพึงทำได้ ยายกระเบียดกระเสียรส่งเขา เข้าเรียนจนเขาจบ ม.3 จากนั้นยายก็เริ่มเจ็บออดๆแอดๆมาเรื่อย บุญรอดสงสารยายแต่เขาไม่รู้ว่าจะช่วยยายได้อย่างไร เขาอยากพายายไปหาหมอ อยากมียาให้ยายกิน แต่มันติดตรงที่ว่าเขาไม่มีเงิน

“ใช่สิ! ในสังคมนี้ถ้าไม่มีเงิน ก็คงไม่สามารถทำอะไรได้ ” เขาพยายามหารายได้จากทุกทางเท่าที่จะพอทำได้ ขายพวงมาลัย รับจ้างเข็นผัก ฯลฯ แต่ก็ได้เงินมาไม่พอเป็นค่ายาของยาย อย่างดีที่สุดก็ได้แค่ยาทัมใจซองๆเท่านั้นแหล่ะ สำหรับคนจนอย่างเขา

วันนี้ยายดูสดชื่นเป็นพิเศษ เมื่อคืนนี้เขาขายเรียงเบอร์อยู่จนดึกมีเงินเหลืออยู่ประมาณร้อยบาท ยายให้เขาไปซื้อไข่ไก่มาทอดสามฟอง ซื้อหมูปิ้งและข้าวเหนียวมะม่วง เขารู้สึกแปลกใจแต่คิดว่ายายคงอยากกิน ยายหุงข้าวเสร็จเรียบร้อยหลังจากเขากลับมา ยายพาเขาไปวัดนำของต่างๆ ไปถวายหลวงตาเจ้าอาวาสที่วัด ยายพาเขาไปฝากฝังไว้กับหลวงตา โดยบอกว่ายายคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว หลวงตาท่านก็เมตตารับบุญรอดเป็นศิษย์ เพลนั้นหลังจากกลับจากวัดเขาก็ เพียรถามยายถึงเรื่องแม่เขา ยายบอกว่าพ่อของบุญรอดบอกว่าแม่ตายแล้ว ยายไม่รู้อะไรมาก บ่อยครั้งที่เขาฝันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งอยู่เสมอ เพียงแต่เขามองหน้าผู้หญิงคนนั้นไม่ชัดสักที แต่ก็แปลกเขารู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่เขาฝันถึง

เย็นแล้วเขาออกไปเด็ดยอดกระถินและทอดปลาทูตัวเดียว สำหรับคนสองชีวิตนั่นเป็นสิ่งที่เพียงพอแล้ว ไม่มีข้อแม้สำหรับคนจนอย่างเขา เขาแปลกใจว่าวันนี้ยายทำไมนอนนานผิดปกติ บุญรอดเข้าไปเรียกยายแต่ไม่มีเสียงตอบ เขาจึงเข้าไปจับตัวยายดูยายตัวเย็นแข็งทื่อเหมือนท่อนไม้ เขานั่งจ้องยายอย่างนั้นอยู่นาน บุญรอดไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้ดีไปกว่านั้น ยายซึ่งเป็นทุกอย่างในชีวิตเขาได้ จากไปแล้วและเขาไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อโลงศพใส่ยาย คืนนั้นเขานอนร้องไห้กอดศพยายทั้งคืน เช้าจึงมีคนมาพบ พวกชาวบ้านสงสารจึงช่วยกันเรี่ยไรเงินซื้อโลงศพให้ยายเขา หลวงตารู้ข่าวจึงมาช่วยจัดการงานศพยาย สวดได้คืนเดียวก็เผาหลังจากนั้นเขาก็มาอยู่วัด

หลวงตาเมตตาเขา ส่งให้เขาเรียนต่อสายอาชีพ ทุกๆครั้งเวลาที่ทางโรงเรียนเชิญผู้ปกครองเขาจะเห็นพ่อของเพื่อนบ้างแม่ของเพื่อนบ้างมากับเพื่อนของเขา ส่วนตัวของบุญรอดเองนั้นไม่เคยมีพ่อหรือแม่มาด้วยเลย เขาแอบไปร้องไห้บ่อยครั้งที่เห็นภาพพ่อแม่ของเพื่อน บางทีเขานึกน้อยใจในโชคชะตา สำหรับบุญรอดมันโหดร้ายเกินไปสำหรับเขามาก แม่ก็ตายตั้งแต่เขาเกิด ส่วนพ่อก็ทิ้งเขาไป เขาคิดว่าแม่ใจร้ายที่ทิ้งเขาไว้ผจญชะตากรรมในโลกเพียงลำพัง ทำไมนะแม่ถึงไม่เอาเขาไปด้วยนะ เขาคิดถึงวันแม่ทีไรเขาเห็นคนอื่นๆพากันไปหาแม่ กลับไปเยี่ยมแม่มอบดอกมะลิให้แม่บ้าง บุญรอดเห็นภาพเหล่านั้นมาบ่อยครั้งและทุกๆปี เขาอดคิดถึงแม่ไม่ได้ เขาอยากมีแม่เหมือนที่คนอื่นมี เขาอยากจะกอดแม่สักครั้ง สักครั้งก็ยังดีแต่มันคงเป็นไปไม่ได้

โรงเรียนที่เขาเรียนมีนักเรียนตีกันบ่อยครั้ง หลวงตากำชับนักหนาว่าไม่ให้ไปยุ่ง มีอยู่ครั้งหนึ่งเพื่อนที่เขารักถูกนักเรียนโรงเรียนคู่อริแทงตายไปต่อหน้าต่อตา บุญรอดโกรธแค้นมาก เขานัดกับพวกเพื่อนให้กลับไปเตรียมอาวุธรุ่งขึ้นจะไปตามล่าไอ้คนที่ฆ่าเพื่อนเขา คืนนั้นเขานอนไม่ค่อยหลับใกล้สางจึงเผลอหลับไปงีบหนึ่ง เขาฝันถึงผู้หญิงคนที่เขาฝันเห็นอยู่ประจำ มาหาเขาในฝันนั้นดูเหมือนผู้หญิง คนนั้นจะร้องไห้และขอร้องว่าไม่ให้เขาไป บุญรอดสะดุ้งตื่นขึ้น ความฝันนั้นยังแจ่มชัดในสมองเขาเหมือนมันเป็นจริงเสียนี่ เขาตัดสินใจอยู่นานที่สุด เขาก็ลุกแต่งตัวแต่ก็เหมือนมีเหตุ หลวงตาไม่สบายจึงให้เขาพาไปโรงพยาบาล รุ่งขึ้นอีกวันบุญรอดถึงรู้ข่าวว่าเพื่อนเขาที่ไปตามล่าครู่อริถูกยิงตายไปสามคน ที่เหลืออีกหลายคนบาดเจ็บเพราะโดนระเบิด บุญรอดรู้ว่าถ้าเขาไปกับเพื่อนเขาก็คงโดนยิงตายเช่นกัน หรือว่าความฝันนั้นจะมาเตือนเขา

หลายๆครั้งที่บุญรอดมีปัญหาชีวิตเขาไม่สามารถปรึกษาใครได้ เขาคิดว่าถ้าวันนี้ยังมีพ่อและแม่อยู่ชีวิตเขาคงไม่เป็นอย่างนี้ บุญรอดรู้สึกโดดเดี่ยว ท่ามกลางความสับสนของชีวิต แม้ผลการเรียนเขาจะอยู่ในขั้นที่ดี แต่ชีวิตเขาไม่เคยมีความสุข เสียงจากส่วนลึกของเขาร่ำร้องหาครอบครัวอยู่เสมอ บุญรอดคิดว่าชีวิตของเขาไร้แก่นสาร ไร้คนเข้าใจและเห็นใจ โดยที่ไม่รู้จุดหมายหรือคำตอบของชีวิต บางครั้งเขาเดินเหม่อลอยไปอย่างไร้จุดหมาย บางทีความตายอาจจะเป็นคำตอบสุดท้ายสำหรับ ชีวิตเขา ใช่มันอาจจะไม่ดี แต่มันคงดีที่สุดสำหรับคนอย่างเขา เขาขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า ของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ก้าวขึ้นไปยืนที่ระเบียงกำแพงแต่ก่อนที่เขาจะกระโดดลงมานั้น สายตาของบุญรอดเหลือบไปเห็นวัชพืชต้นหนึ่ง มันเป็นต้นหญ้าชนิดหนึ่ง เขาคิดว่ามันแปลกที่มันสามารถขึ้นได้ในที่ๆไม่มีน้ำ บนดาดฟ้าชั้นเจ็ดของห้าง มันเดียวดายแต่ก็ยังมีความพยายามที่จะมีชีวิตอยู่ให้รอดได้ในสภาวะ เช่นนี้ สิ่งเล็กๆนี้เองที่ทำให้เขาคิดได้ว่าแม้จะเป็นแค่ต้นหญ้าเล็กๆ ที่โดดเดี่ยวไม่มีใครสนใจแต่มันยังใช้ความสามารถทุกอย่างเพื่อที่จะให้มันอยู่รอดได้ มันทำให้เขาคิดได้ เขาเปลี่ยนใจ เดินกลับวัด

เขาถามหลวงตาว่าทำไมชีวิตของเขาถึงต้องพลัดพรากจากคนที่เขารักอยู่เสมอ หลวงตาชี้ให้บุญรอดดูที่ต้นมะม่วงต้นใหญ่ ที่ผลของมันกำลังสุก แล้วถามเขาว่า

“เอ็งเห็นลูกมะม่วงที่สุกอยู่บนต้นนั่นไหม คิดว่ามันจะคาอยู่อย่างนั้น ตลอดไปหรือไม่”

บุญรอดตอบหลวงตาว่า “เมื่อมันสุกเต็มที่มันก็คงร่วงหล่น มันไม่ อยู่บนต้นตลอดไปหรอกครับ”

หลวงตาว่า “ใช่มันเป็นไปตามกฎไตรลักษณ์ ไม่มีสิ่งใด จะคงอยู่ได้นิจนิรันดร์หรอก ทุกๆสิ่งไม่เร็วก็ช้าย่อมมีวันเปลี่ยนแปลง การจากกันก็ เป็นเรื่องธรรมดาไม่ว่าจากเป็นหรือจากตายขึ้นอยู่กับกฎแห่งกรรม”

บุญรอดคิดว่าเขาคงทำกรรมมาเยอะชีวิตของเขาจึงต้องพลัดพรากอยู่เสมอ ใต้ถุนกุฏิมีหมาแม่ลูกอ่อนอยู่ตัวหนึ่งเมื่อหลายวันก่อนมันออกลูกมาหลายตัว พอรุ่งเช้าก็มีคนมาขโมยเอาลูกมันไปแทบหมดครอก ทุกๆ วันมันจะเดินวนเวียนรอบๆกุฏิ ดมกลิ่นลูกของมันไปเรื่อยในที่ สุดเมื่อไม่เจอมันก็จะส่งเสียงหอนร้องโหยหวนทุกครั้ง

สายแล้วบุญรอดเอาข้าวไปให้อีด่างหมาแม่ลูกอ่อนตัวนั้น แต่ปรากฏว่ามันตายแล้วมันนอนตายอยู่โดยมีลูกตัวเล็กๆ อีกสองตัวยังดูดนมจากซากแม่ของมันอยู่ มันคงยังไม่รู้ว่าแม่ของมันตายแล้ว เขารู้สึกสงสารมันมาก

ภาคเรียนสุดท้ายอาจารย์วิชาประวัติศาสตร์ได้ให้บุญรอดทำรายงานส่ง เขาต้องไปค้นหาข้อมูลที่หอสมุดแห่งชาติ แฟ้มหนังสือพิมพ์ฉบับเก่าๆ ถูกเขาเปิดพลิกดูอยู่หลายรอบ ในที่สุดเขาก็เจอเรื่องที่อาจารย์มอบหมายให้เขาทำ แต่บังเอิญบุญรอดเหลือบไปเห็นข่าวพาดหัวของกรอบข่าวฉบับหนึ่ง อุบัติเหตุรถทัวร์ชนรถบัสประสานงากันมีผู้เสียชีวิตหลายศพ จากรายงานข่าวมีผู้หญิงท้องคนหนึ่ง ผู้รอดชีวิตที่เห็นเหตุการณ์บอกว่าตอนเกิดเหตุรถบัสยางแตกวิ่งข้ามเลนเข้าหารถทัวร์ด้วยความเร็วสูง เสียงผู้โดยสารกรีดร้องกันอย่างหวาดเสียว ตัวเขาเห็นผู้หญิงท้องคนนั้นก้มตัวลงต่ำ เธอเอามือเกาะพนักพิงไว้แน่นหันส่วนหลังให้กับรถ เพื่อปกป้องลูกในท้องจากแรงกระแทก แต่หลังจากที่รถชนแล้วเขาเห็นผู้หญิงคนนั้นเลือดออกที่ปากและจมูก กะโหลกศีรษะยุบ หนังสือพิมพ์ลงข่าวว่าเธอตายแต่เธอตายหลังจากที่ไปถึงโรงพยาบาลได้ไม่นาน หมอที่ผ่าตัดเล่าว่าปกติคนที่มีบาดแผลลักษณะนี้มักทนพิษบาดแผลไม่ไหวส่วนมากจะตายในที่เกิดเหตุเกือบทุกรายไป แต่คงด้วยความรักของแม่ที่มีต่อลูกน้อยจึงทำให้เธอแข็งใจ ยอมอดทนต่อความเจ็บปวดไม่ยอมสิ้นลมง่ายๆ จนมา ถึงโรงพยาบาลหมอสามารถผ่าตัดช่วยชีวิตเด็กให้คลอดได้สำเร็จ หมอตั้งชื่อเด็กคนนี้ว่าบุญรอด

บุญรอดน้ำตาไหลชื่อของผู้หญิงคนตายและนามสกุลเป็นชื่อเดียว กับชื่อแม่เขาในสูติบัตร แม่ตายเพราะปกป้องเขาจนวินาทีสุดท้าย แม้ลมหายใจสุดท้ายจะหมดลงแล้ว แต่แม่ยังคงเป็นห่วงเขา มิน่าเล่าผู้หญิงที่เขาเห็นในความฝันนั้นแท้ที่ จริงแล้วคือแม่ของเขานั่นเอง แม่คอยมาเตือนเขาด้วยความเป็นห่วงเสมอมา สำหรั คนอื่นเขาไม่รู้ แต่สำหรับเขาแม่ช่างยิ่งใหญ่เสียจริงๆ ถ้าวันนั้นแม่ไม่ทำอย่างนั้นเขาก็คงตายไปแล้ว

หลังจากบุญรอดเรียนจนจบ ปวส. เขาขอหลวงตาบวชในวันแม่ที่มาถึง ชายหนุ่มนั่งสำรวมหลับตา ที่หางตาสองข้างมีน้ำตาไหลเป็นทางยาวหลัง จากหลวงตาลงมีดครั้งสุดท้ายเสร็จ เขาลืมตาในความพร่าพรายนั้นเขาเห็นผู้หญิงที่เขาฝันถึงมาตลอด มายืนมองดูอยู่ห่างๆ สองแก้มของเธอเปื้อนน้ำตา น้ำตาแห่งความปิติ สองมือของแม่ถือผ้าเหลือง หน้าตาของแม่ดูอิ่มเอิบ บุญรอดคิดว่าถ้าตาเขาไม่ฝาดเขาเห็นอย่างที่เห็นจริงๆ หน้าของแม่มีรอยยิ้ม ยิ้มอย่างปลื้มปิติ แม้น้ำตาของแม่จะไหล ในที่สุดเขาก็เห็นหน้าของแม่แม้จะเป็นเพียงแค่ชั่วครู่เดียวก็ตามที ภิกษุหนุ่มก้าวเข้าสู่ร่มกาสาวพัตร์แล้ว เขาตั้งใจจะบวชเพื่อปฏิบัติธรรมเผื่อบุญกุศลนี้จะ ส่งผลไปถึงแม่ของเขาตลอดชีวิตโดยไม่สึก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *