เพียงฝันไป : หินผาลักษณ์

เรื่องสั้น

ฉันอยากกินข้าว ฉันอยากซื้อเสื้อผ้า อยากแต่งตัวเหมือนคนอื่น นี่ฉันไม่มีเงินเลยหรือ ฉันลองเอามือล้วงกระเป๋าทั้งสองข้างมันไม่มีอยู่เลย ไม่จริงฉันต้องมีเงิน ใช่ฉันต้องมีเงิน ใครๆเป็นคนเอาเงินของฉันไป ฉันมองไปรอบตัว ณ ที่นั่นไม่มีคนมาก ฉันจะต้องหาคนที่มาขโมยเงินของฉันไป เพราะฉันจำได้ว่ามีเงินอยู่ในกระเป๋ากางเกง เนื้อผ้าอย่างดีที่ฉันซื้อมาจากยุโรป ใช่ฉันเคยไปเที่ยวยุโรป และดูจากเสื้อผ้าที่ฉันใส่ใครเห็น ก็ต้องรู้ว่าไม่กระจอกเลย ผ้าจากปารีสร้านที่ดาราชอบไปหาซื้อมาใส่กัน ฉันเคยเห็นในทีวีว่าเขาใส่กันแบบนี้ ฉันเลยไปเสาะแสวงหามาประดับกาย แล้วใครเอาเงินของฉันไป ฉันอยากได้เสื้อที่เขาขายกันให้เกลื่อนเมือง ฉันมีความรู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมา ยาฉันต้องกินยา ใช่ต้องกินยาถึงจะหาย แต่เมื่อฉันล้วงไปในกระเป๋ากางเกงมันไม่มียา อีกแล้ว ต้องมีใครมาขโมยยาของฉันไป ใครที่นี่มันเป็นบ้านของฉันไม่น่าจะมีขโมย ฉันมองไปรอบๆตัวอีกครั้ง ใครจะต้องมาลองดีกับฉันแน่นอน

ภายในบ้านของฉันวันนี้ถึงได้มีคนเยอะอย่างนี้ นั่งเรียงมันไปไหนถึงได้ปล่อยให้ผู้คนเข้ามาในบ้านมากขนาดนี้ จะมองไปรอบบ้านก็ไม่เห็นนังเรียง มันต้องอู้งานเหมือนเคย เห็นที่จะปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว จะต้องมีการหักเงินเดือนเสียให้เข็ด แล้วดูพวกนี้ซิ ดูไม่เป็นผู้ดีกันเลย มาบ้านเขาแล้วยังไม่มาทำความรู้จักกับเจ้าของบ้านอีก แล้วทำไม่นังเรียงถึงไม่เอาน้ำมาต้อนรับแขก เดี๋ยวก็มีคนเอาไปพูดว่าบ้านเราไม่เป็นผู้ดี ฉันยอมไม่ได้พ่อแม่ฉันอบรมฉันมาอย่างดี นี่นังเรียงมันต้องการหักหน้าตาฉันแน่เลย

ฉันอยากได้เงินไปซื้อเสื้อผ้า ฉันจำไม่ได้ว่าเอาเงินไว้ที่ไหน ฉันพยายามหาตามที่ต่างๆ รอบบ้าน ที่ฉันอาศัยตั้งแต่เล็กคลุ้มใหญ่ แต่ฉันหาเท่าไรก็ไม่เจอ มีแต่ของมีค่าอย่าง นี่ก็แหวนเพชรสิบกระรัต นี่ก็ทองแท่ง เครื่องเงิน และของมีค่าอื่นๆอีกมากมายแต่ฉันไม่ต้องการของพวกนี้ สิ่งที่ฉันต้องการมันคือเงิน ฉันจะเอาไปซื้อเสื้อผ้า น้ำตาฉันเริ่มไหลออกมาอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไหลออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน ฉันจะทำอย่างไรในเมื่อฉันไม่มีเงินจะเอาอะไรไปซื้อเสื้อผ้าที่ฉันพึงใจ

ฉันนึกได้แล้วว่าฉันจะหาเงินจากไหนได้ ฉันลืมเสียสนิทไม่น่าโง่เลย ฉันก็เอาของมีค่าพวกนี้ไปแลกกับคนพวกนั้น ที่นี้ฉันก็มีเงินแล้วจะได้เอาไปซื้อเสื้อผ้ามาใส่ ตามที่ใจต้องการ ใช่ฉันไม่ใช่คนโง่พ่อแม่เคยบอกว่าฉันเป็นคนฉลาด พ่อแม่ภูมิใจในตัวฉันที่ทั้งสวยและเก่งในทุกด้าน แต่ฉันไม่เคยเอาของไปขายและถ้าเพื่อนๆฉันรู้ว่าฉันต้องขายของเก่ากิน ฉันจะเอาหน้าไว้ที่ไหน แต่ฉันต้องการเสื้อผ้านั้นมากเลย ใช่ฉันไม่เห็นต้องสนใจเลยว่าใครจะรู้เพราะคนพวกนี้ไม่ได้อยู่สังคมชั้นสูงอย่างเราสักหน่อย คงไม่มีใครรู้เรื่องนี้หรอก

“ เธอฉันจะเอาของมาขาย ” ฉันต้องรวบรวมความกล้าที่จะเข้าไปพูดกับเธอ ก็เธอมาอยู่ที่บ้านฉันเธอก็ต้องมีความเกรงใจเจ้าของบ้านบ้าง แต่ฉันเกลียดสายตาที่เธอมองมา มันเป็นสายตาที่มองอย่างไม่รู้ที่ต่ำที่สูงเอาเสียเลย ฉันไม่ขายให้เธอก็ได้มีคนต้องการของฉันมากมาย ฉันเดินเข้าไปหาผู้ชายที่แต่งตัวภูมิฐานที่สุดในที่นั้น

“ แกฉันมีของมาขาย ”นี้มันบ้านของฉันทำไมต้องมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น ฉันทนไม่ได้ ฉันทนไม่ได้ ฉันจะต้องไล่มันออกไปจากบ้านฉัน คนพวกนี้ไม่มีการศึกษาเลย คนที่ไม่มีการศึกษาฉันไม่ยอมให้เข้ามาอยู่ในบ้าน ฉันเริ่มไล่คนออกไปจากบ้านได้เป็นบางคน แต่บางคนก็หน้าด้านไม่ยอมออกจากบ้านของฉัน แต่บางคนก็มีสีหน้าไม่พอใจที่ฉันไปไล่เขาให้ออกไป แต่ฉันไม่สนใจก็นี่มันบ้านฉัน ถึงแม้บางคนจะหันมาด่าฉันอย่างเสียๆหายๆ คนพวกนี้มีการศึกษาต่ำมาก แล้วจะให้คนอย่างฉันยอมให้มาอยู่ที่บ้านฉันได้อย่างไร ถ้าเพื่อนรู้ว่าที่บ้านฉันมีคนชั้นต่ำเข้ามาอาศัยอยู่ ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

ในเมื่อคนพวกนี้ไม่ยอมออกไปจากบ้านฉันหมดทุกคน พอมีคนไปเดี๋ยวก็มีคนใหม่มาอีก ฉันจะทำอย่างไรดี ฉันปวดหัวอีกแล้ว ยาฉันต้องกินยา ฉันเอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋าไม่มียา ยาฉันหายไปไหนจะต้องมีขโมยแน่ บ้านนี้มีขโมยอยู่ทั่วไปหมด ฉันจะทำอย่างไรถึงจะไม่อยู่รวมกับคนพวกนี้ ฉันนึกออกแล้ว เห็นไหมว่าฉันเป็นคนฉลาดเสมอและทุกเรื่อง

ฉันเก็บข้าวของมีค่าทั้งหมด ฉันจะไปอยู่ที่อื่นที่ที่สังคมชั้นสูงเหมือนฉัน ฉันหันกลับไปมองบ้านหลังเก่าที่ฉันเดินจากมา ฉันไม่มีความเสียดายมันเลย มันเหมือนของไม่มีค่าอะไรเลยในสายตาฉันในขณะนั้น และฉันก็มีความสบายอย่างบอกไม่ถูกที่ได้ออกมาจากสายตาของคนชั้นต่ำพวกนั้น ฉันเห็นสายตายิ้มอย่างพอใจที่ฉันเดินออกมาจากบ้าน บางคนก็ด่าตามหลังฉัน แต่ฉันไม่ถือสาหรอกเพราะพวกเขาไม่มีการศึกษาเหมือนฉัน

“ ไปเสียได้ก็ดี ” เด็กหนุ่มพูดกับเพื่อนที่ยืนดูเหตุการณ์มานานแล้ว

“ เราน่าจะโทรบอกให้โรงพยาบาลมารับตัวไปรักษา ” เด็กหนุ่มบอกกับเพื่อนด้วยความสงสาร เพราะดูจากการแต่งตัวแล้ว ไม่น่าจะเป็นนาน น่าจะรักษาให้หายได้

“ ไม่ใช่เรื่อง เสียเวลา เสียค่าโทรศัพท์เปล่า ญาติเราก็ไม่ใช่ ”

“ แต่ฉันว่า ”

“ ไม่ต้อง รถเมล์มาโน่นแล้ว จะอยู่ช่วยหรือจะยอมไปทำงานสาย ”

ชายทั้งสองวิ่งไปขึ้นรถที่วิ่งมาจอดโดยไม่สนใจว่าหญิงผู้นั้นจะไปไหน แต่แวบหนึ่งของสายตาชายหนุ่มว่าคุ้นๆกับผู้หญิงบ้าคนนั้นอย่างบอกไม่ถูก แต่เขาก็ถูกเวลาและภาระที่เขาจะต้องรับผิดชอบทำให้เขาไม่สนใจเธอ แล้วเธอจะไปหาบ้านใหม่ให้เหมือนใจเธอต้องการ เธอเดินไปอย่างองอาจไม่สนใจสายตาที่ทุกคนมองเธออย่างสงสาร แต่เธอช่างมีความสุขในการดำเนินชีวิต

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *