คืนธรรมดา : chonnapat chanpeng

เรื่องสั้น

บรรยากาศในผับยังเงียบเหงา มีเพียงเสียงเพลงเพื่อชีวิตที่ดังคลอเบาๆ เข้ากับบรรยากาศ ยังหัวค่ำเกินไป ผู้คนกลางคืนและคนที่ชอบเวลากลางคืน บางคนอาจกำลังเตรียมตัวออกจากบ้าน หรือบางคนอาจกำลังเดินทางมายังผับแห่งนี้ แต่เธอมาถึงที่นี้แล้ว พร้อมกับเพื่อนสนิท เธอเลือกนั่งโต๊ะตัวเดิม ติดผนังและหันหน้าไปทางนักดนตรี ตอนนี้เวทีมีแต่เครื่องดนตรีที่ยังไม่ถูกเล่น ทันทีที่เธอนั่งลงบนเก้าอี้ เด็กสาวที่ทำหน้าที่บริกร ก็เดินส่งยิ้มมาหยุดข้างโต๊ะ สีหน้าบ่งบอกถึงความคุ้นเคยและจดจำได้ เธอยิ้มตอบ และสั่งเครื่องดื่มเมนูเดิม เด็กสาวหายไปหลังร้านสักครู่ แล้วกลับมาพร้อมกับเหล้า โซดา น้ำเปล่า น้ำแข็ง และแก้วเปล่า 2 ใบ ร้านนี้ไม่มีบริกรคอยชงเหล้าให้ เธอหยิบแก้วมาวางไว้ตรงหน้า และตักน้ำแข็งลงไปในแก้ว ในขณะที่เพื่อนคว้าขวดเหล้าไปเปิดฝา และรินเหล้าลงไปในแก้วทั้งสองใบ เขาและเธอทำทุกอย่างโดยไม่มีใครพูดอะไร พอเหล้าทั้ง 2 แก้วชงเสร็จเรียบร้อย ต่างก็ยกขึ้นดื่มเหมือนหิวกระหายน้ำมานาน

“อื้ม…เหล้ายี่ห้อนี้อร่อยจริงๆนะ” เขาหันมาพูดกับเธอหลังจากที่วางแก้วลง เธอยิ้มตอบ

“นั่นซิ…ฉันถึงชอบงัย” เธอตอบ

“ยี่ห้อนี้กินเพียวๆ ก็อร่อยนะ ” เขาพูดต่อ

“ไม่ไหวล่ะ มันฝืนเกินไป” เธอค้าน พอพูดออกไปแล้วเธอก็นิ่ง คิดถึงคำพูดของตัวเอง มันฝืนเกินไปงั้นรึ เธอมองเหล้าในแก้วที่หายไปเกือบครึ่ง มันอร่อยตรงไหนนะ เธอตอบไม่ได้ มันไม่เคยอร่อยสำหรับเธอ มันไม่ใช่อาหารที่สามารถบอกได้ว่า อร่อย หรือไม่ ถ้าเป็นเครื่องดื่มอย่าง ชา กาแฟ หรือน้ำหวาน ก็ยังบอกได้ว่ารสชาติเป็นไง แต่สำหรับเหล้า เธอตอบไม่ได้ รู้แต่ว่า เหล้าบางชนิดมีกลิ่นหอม บางชนิดถ้าชงแก่เกินไป มันก็ผะอืดผะอม ถ้าบางเกินไปมันก็ไม่มีรสขาติ ถ้าพอดีๆ เธอก็สามารถกินได้โดยไม่รู้สึกฝืนมากนัก หรือบางทีก็แค่ดื่มเข้าไปเหมือนดื่มน้ำ แต่รสชาติแปลกลิ้นมากกว่าเท่านั้น แล้วเธอดื่มมันเข้าไปทำไมนะ

“ต้องกินเพียวๆ ตอนอากาศเย็นๆ กินแล้วรู้สึกดีจริงๆ” เขาพูดต่อ

“จำตอนที่พวกแกกินเหล้าเพียวๆที่เขาใหญ่ได้ไหม ฉันดูแล้วขนลุก ลองกินเข้าไปอึกหนึ่ง เหมือนโดนลวกคอเลย ” เธอพูดพร้อมกันนึกถึงเหตุการณ์ตอนนั้น อากาศเย็นๆที่เขาใหญ่ เธอกับเพื่อนหลายคนนั่งรอบกองไฟกองเล็กๆที่ถูกก่อขึ้นให้ความอบอุ่น แต่นอกจากกองไฟ เหล้าเพียวๆ ถูกเทลงแก้ว ส่งต่อไปทีละคนรอบวง ตอนนั้นเธอกินไปแค่อึกเดียว แล้วก็ปฏิเสธแก้วต่อไป เพราะรู้สึกเหมือนกำลังทำร้ายตัวเอง จึงได้แต่นั่งดูใครต่อใครยกแก้วขึ้นดื่มด้วยใบหน้าเหย่เก และต้องรีบดื่มน้ำตามทันที เมื่อทุกคนเมาได้ที เรื่องราวมากมายของใครต่อใครพรั่งพรูออกมา บางคนหยิบยกบทกวี ปรัชญาจีนออกมาพูด ลามปามไปถึงสามก๊ก นวนิยายเรื่องยิ่งใหญ่ สาระในชีวิตแทรกอยู่ในความไร้สาระอย่างนี้นี่เอง เธอคิด ในชีวิตปกติ คงไม่มีใครออกมากล่าวบทกวี พูดความในใจให้ฟังบ่อยนัก

“เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ฉันไปงานเลี้ยงรุ่น เลยได้ขึ้นไปเล่นกีตาร์ให้เพื่อนฟัง มันส์มาก” เขาเล่าด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา มันคงยังอยู่ในความทรงจำ เธอยิ้มและมองหน้าเขาแสดงว่ากำลังตั้งใจฟังในสิ่งที่เขาพูด

“ตอนเรียนด้วยกัน ไม่เคยได้พูดความในใจกับเพื่อนมากขนาดนี้เลยนะโว้ย เพิ่งมีวันนั้นล่ะ มีประโยคหนึ่ง ฉันพูดแล้วเพื่อนตบมือกันใหญ่เลย” เมื่อพูดถึงตรงนี้ สีหน้าแห่งความสุขของเขา ฉายชัด เธอหัวเราะเหมือนความสุขถูกส่งต่อมายังตัวเธอด้วย

“พูดว่าไง” เธอถาม ทั้งๆที่รู้ว่าแม้ไม่ถาม เขาก็คงต้องเล่าให้ฟังอยู่ดี

“ฉันบอกว่า เหตุผลทำให้คนเปลี่ยนความคิด แต่อารมณ์ทำให้คนตัดสินใจ” พอเขาพูดถึงตรงนี้ เธอก็อุทานออกมาดักคอ

“โอ้โห คมจริงๆนะแก เดี๋ยวนะขอจดหน่อย” เธอเอามือล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพาย หยิบสมุดโน้ตและปากกาออกมา แล้วบอกให้เขาทวนประโยคเมื่อกี้อีกรอบ พอจดเสร็จเธอก็เงยหน้าขึ้นไปมองเขา

“แล้วงัยต่อ” เธอซัก

“ฉันก็ว่า เหตุผลทำให้คนเปลี่ยนความคิด แต่อารมณ์ทำให้คนตัดสินใจ ” เขาทวนประโยคเดิม ยิ้มแล้วก็พูดต่อ

” ปกติกูไม่เคยบอกว่ากูรักพวกมึงใช่ไหม แต่วันนี้กูกินเหล้า แล้วเหล้าเนี้ยทำให้คนมีอารมณ์ ในเมื่อกูมีอารมณ์ กูเลยตัดสินใจบอกพวกมึงว่า กูรักพวกมึง พอพูดถึงตรงนี้ เพื่อนมันก็ตบมือกันใหญ่ แล้วฉันก็ร้องเพลง ..อึหื้ม..มันส์จริงๆว่ะ” พูดจบเขาก็หัวเราะ พร้อมกับยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม เธอนั่งฟังและคิดถึงบรรยากาศตามที่เขาพูด คงเป็นบรรยากาศแห่งมิตรภาพที่อบอุ่นจริงๆ และเขาคงประทับใจเหตุการณ์นี้ไปอีกนาน

“ดีจัง แกได้เจอเพื่อนกลุ่มนี้บ่อยไหม” เธอถามต่อ

“ปีละครั้ง บางคนสมัยเรียนไม่ค่อยคุยกัน เพิ่งมาคุยวันนั้น มีอยู่คน ตอนเรียนมันไม่เอาเพื่อนเอาฝูงเลย แต่วันนั้นมันเดินเข้ามากอดคอฉัน แล้วบอกว่า มันจะทำตัวใหม่ เพราะเห็นฉันกับเพื่อนๆวันนี้ดูรักและสนิทสนมกัน มันอยากเป็นอย่างนี้บ้าง แล้วมันก็ร้องไห้” เขาพูดแล้วก็หัวเราะ เธอหัวเราะตามเขา นึกถึงผู้ชายร้องไห้กอดคอกัน จะเป็นยังไงนะ

“สงสัยเพื่อนแกจะเมามากนะ” เธอเดา

“เออ…มันเมา ฉันก็เมา หลับกันอยู่ตรงนั้นแหล่ะ อยู่ด้วยกัน 20 กว่าคน กินเหล้าไป 17 กลม” เขาบอก สีหน้าแสดงความสะใจ อาจจะเพราะที่สามารถกินเหล้าเข้าไปเยอะขนาดนั้นก็ได้

” 17 กลม กินหรืออาบว่ะ ” เธออุทานออกมา ในขณะที่เขาหัวเราะเมื่อเห็นสีหน้าของเธอ

นักดนตรีสองคนขึ้นมาบนเวที พร้อมกีตาร์ ตั้งสายอยู่สักพักก็เริ่มเล่นเพลงแรก บทเพลงถูกขับร้องออกมา ด้วยอารมณ์ และเสียงอันไพเราะไม่ต่างจากนักร้องเจ้าของบทเพลง เสียงตบมือดังขึ้นเมื่อนักร้องร้องประโยคแรกจบเธอหันไปมองภายในร้าน มีผู้คนเช้ามานั่งเพิ่มอีกหลายโต๊ะ ทำให้ผับเล็กๆ แห่งนี้ดูเล็กลงไปอีก

” วันนี้เพื่อนหายไปไหนหมดหึ ” เขาพูดขึ้นมาลอยๆ ไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญมากนัก

” นั่นสิ หายไปกันหมดเลย แต่เดี๋ยวคงมาเจอกันที่นี่ ” เธอพูดตามที่คิด ไม่ค่อยให้ความสนใจนักเช่นกัน เธอไม่ชอบกินเหล้ากับเพื่อนหลายคน นอกจากบางโอกาสเท่านั้น แต่ถ้าวันที่ต้องการพูดคุย ขอแค่ได้ดื่มกับเพื่อนคนเดียวหรือสองคนที่คุ้นเคยและคุยกันถูกคอเท่านั้นก็พอ

บทเพลงหนึ่งถูกขับร้องขึ้น แค่ได้ยินเสียงอินโทรของเพลงก็ทำให้เธอเงียบ และตั้งใจฟัง เสียงดนตรีกรีดลึกเข้าไปในใจของเธอ ลึกมากกว่าตอนที่ยังไม่ดื่ม

ฝากคำบรรยาย…จดหมายถึงพ่อ หนูยังรอวันพ่อกลับบ้าน……

เธอชอบเพลงนี้เพราะมันตรงกับความรู้สึกตอนเธอเป็นเด็ก และมันทำให้เธอคิดถึงบ้าน

“ฉันชอบเพลงนี้จริงๆเลย” เธอบอกเขาอย่างนี้ทุกครั้ง ที่มาที่นี่ และได้ฟังเพลงนี้

“แกกลับบ้านบ้างรึเปล่า ” เขาถามและมักจะถามเธอด้วยประโยคนี้ทุกครั้งที่เธอและเขานั่งฟังเพลงนี้ด้วยกัน คงเพราะเธอเคยเล่าให้เขาฟังว่าเพราะอะไรเธอถึงชอบเพลงนี้ เพลงที่มีความหมายเกี่ยวกับพ่อ แต่ตอนนี้พ่อเธอจากไปนานแล้ว เหลือแต่แม่ที่อยู่บ้านเพียงลำพัง บางครั้งที่นั่งรถไปไหนด้วยกัน แม้ไม่ต้องเอ่ยปาก หากได้ยินเพลงนี้ดังขึ้นเขาก็เร่งเสียงให้ดังขึ้น เพื่อเธอจะได้ยินมันชัดๆ เช่นเดียวกับที่เธอจะทำเมื่อได้ยินเพลงที่เขาชอบ

” กลับเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง แม่เห็นหน้ายังแซวว่า ฉันเป็นลูกสาวใคร ” เธอพูดยิ้มๆ รู้สึกมีความสุขเมื่อได้พูดคุยถึงบุคคลอันเป็นที่รัก เธอคิดถึงแม่เสมอ แต่การงานและการเรียนทำให้ไม่สามารถกลับไปหาแม่ได้บ่อยนัก

” แม่สบายดีไหม ” เขาถามต่อ

” อื้ม… สบายดี ” เธอตอบสั้นๆ ในขณะที่เขาพยักหน้ารับ

“แกทำงานเสร็จรึยัง” เธอเอ่ยปากถาม เมื่อคิดถึงรายงานที่จะต้องส่งในวันพรุ่งนี้

” ยัง ” เขาตอบ ด้วยสีหน้าไม่ทุกข์ร้อน ยกเหล้าขึ้นดื่ม แล้วพูดต่อว่า

” ยืมลอกมั่งซิ เดี๋ยวฉันจะเอาไปแก้ไข ไม่ให้เหมือนแกหรอก ” เขาเอ่ยปากขอยืมง่ายๆ

” เอาอีกแล้ว…ฉันคิดแล้วว่าแกต้องมาไม้นี้ ” เธอพูดอย่างปลงๆ แต่มันก็เป็นอย่างนี้อยู่เรื่อย เขามักมายืมการบ้าน หรือรายงานเธอไปดู และทุกครั้งเธอก็ยอมให้เขายืมไป บางทีก็สำเนาไฟล์ในแผ่นดิสก์ให้เขาไปเลย เธอเคยหาเหตุผลว่าทำไมเธอต้องทำสิ่งเหล่านี้ให้เขา หรือทำไมจึงต้องรู้สึกหรือมีชีวิตผูกพันธ์กับเขา คำตอบง่ายๆที่ตอบตัวเองอยู่เสมอคือ เขาเป็นเพื่อน เธอคิดถึงวันที่รู้จักเขาครั้งแรกตั้งแต่คุยกันด้วยภาษาเสนาะหู คุณ ผม เธอ เรา และกลายมาเป็นฉัน แก ในวันนี้ เมื่อเรียกเขาว่าคุณ เธอรู้สึกว่าเขาเป็นผู้ชายคนหนึ่ง ที่เธอไม่อยากสนใจ จนวันที่เธอเรียกชื่อเขาเฉยๆ เขาก็เป็นเพื่อนชาย ที่ทำให้เธอสับสนเพราะความใกล้ชิดในเวลานั้น แต่วันนี้ความผูกพันธ์ที่เพิ่มขึ้น เปลี่ยนคำสรรพนาน เป็นฉันกับแก ที่สามารถดุด่า ว่ากล่าว ตักเตือน กันได้อย่างเปิดเผย ตบหัว ลูบหลัง ได้อย่างไม่เคอะเขิน ความคุ้นเคยนั้นคือความสนิทสนม ที่ต่างยอมรับร่วมกันว่า เราเป็นได้แค่เพื่อนสนิท ไม่มีใครเดินนำหน้าหรือตามหลัง แค่เดินไปพร้อมกัน และผลัดกันเดินนำ ผลัดกันตาม ด้วยสิทธิที่เท่าเทียม

เวลาล่วงเลยไป ยิ่งดึก เพลงยิ่งเพราะ แขกในร้านทะยอยกลับไปกว่าครึ่งร้าน เหล้าในขวดใกล้จะหมดแล้ว เธอเริ่มรู้สึกมึนเมา และง่วงนอน ในขณะที่เขานั่งฟังเพลงเงียบๆ ขยับขาไปตามจังหวะเพลง พอเพลงจบ เธอก็หันไปจ้องมองเขาจนเขาหันหน้ามามองเธอ

“กลับรึยัง ” เธอเอ่ยปากถาม

“ขออีกสามเพลง ” เขาเอ่ยปากต่อรอง พอเธอพยักหน้า เขาก็หันหน้าไปมองนักดนตรีบนเวทีอีกครั้ง เธอหยิบแก้วขึ้นมาดื่มจนหมด แล้วก็รินเหล้าลงไปในแก้วเขาและเธอจนหมดขวด ในขณะที่เขาตักน้ำแข็งในถังลงมาเติมในแก้ว แล้วก็เทโซดาตามลงไป นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่เธอชอบมาดื่มเหล้ากับเขา ผู้ชายบางคนเมื่อนั่งดื่มเหล้าด้วยกัน จะคอยให้ผู้หญิงเป็นคนบริการ ในขณะที่บางคนคอยเอาใจผู้หญิง คอยเติมเหล้าให้ตลอด เธอไม่ชอบทั้งสองอย่าง แค่อยากจะให้ทำทุกอย่างไปพร้อมกันแบบที่เขาและเธอกำลังทำอยู่ในขณะนี้ เหล้าแก้วสุดท้าย ถูกยกขึ้นดื่ม

เธอดื่มเหล้าทำไม ตอบไม่ได้เหมือนกัน เหล้าไม่ได้อร่อยเลยนะ แต่มันสร้างอารมณ์ มันทำให้เพลงบางเพลงฟังเพราะขึ้น บางทีก็ทำให้คิดอะไรได้แปลกกว่าทุกวัน มันทำให้อารมณ์อ่อนไหว และบางคนก็ร้องไห้เมื่อดื่มมัน เพลงสุดท้ายในค่ำคืนนี้ระหว่างเธอและเขา กำลังถูกบรรเลงขึ้น เขาเรียกบริกรมาเก็บเงิน แล้วยกแก้วสุดท้ายขึ้นหันหน้ามามองเธอ เป็นสัญญาณให้เธอชนแก้ว เธอยิ้มแล้วก็ยกแก้วขึ้นชน และดื่มมันจนหมด บางทีเธอดื่มเหล้า เพราะแค่อยากฟังเพลงเพราะๆ และอยากมีโอกาสได้ดื่มเหล้าร่วมกับใครบางคน ได้รับฟังในสิ่งที่เขาจะไม่พูดเมื่อเขาไม่มีอารมณ์ เท่านั้นเอ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *