ปีกฝัน : ธารัคนิน

เรื่องสั้น

ในห้องพักฟื้นผู้ป่วยพิเศษโรงพยาบาลบ้าแห่งหนึ่งในกรุงเทพ บนเตียงหญิงสาวสวยผู้หนึ่งนั่งอยู่ มองสายฝนที่ยังคงโปรยปรายไม่ขาดสายภายนอกด้วยท่าทางเหม่อลอย ข้างกายมีสมุดบันทึกสีดำวางอยู่

ครู่ใหญ่หล่อนก็ละสายตาจากภาพเบื้องหน้า หยิบสมุดบันทึกขึ้นมาเปิดไปที่หน้าว่างหน้าหนึ่ง แล้วค่อยๆสอดมือควานไปหยิบปากกามาจากใต้หมอน หล่อนจรดปลายปากกาลงเป็นตัวอักษรอันงดงามว่า

มงคลวาร ปีมะโรง ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๗

“วันนี้ฝนตกปรอยๆตลอดทั้งวัน ข้าอยู่ที่นี่มาหลายวารแล้ว น่าแปลกที่คนที่นี่เรียก วาร ว่า วัน และเรียกชื่อวารทั้งเจ็ดด้วยคำแปลกๆ หาได้เหมือนพวกเราไม่ อย่างวันนี้ มงคลวาร ก็เรียกว่า วันศุกร์ โสรวาร หรือ ศนิวาร ของเรา เขาก็เรียกว่า วันเสาร์ รวิวาร เรียกว่า วันอาทิตย์ โสมวาร เรียกว่า วันจันทร์ เป็นต้น ช่างแปลกเหลือเกิน

ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่เลย ข้ารู้สึกว่าข้าเป็นคนแปลกในหมู่คนที่นี่ เข้ากับใครไม่ได้เลย ทั้งทุกคนที่ข้าได้พูดจาด้วยนั้นก็กล่าวหาข้าว่า สติฟั่นเฟือน เป็นบ้า ข้าเองก็มิรู้ว่าข้าได้พูดอะไรผิดไปหรือไม่ พวกเขาจึงคิดเช่นนั้น….”

หล่อนปิดสมุดลง ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เมื่อคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา หล่อนจำได้ว่าเมื่อ 2 เดือนที่แล้วหล่อนออกมาเที่ยวเล่นกับเพื่อนฝูง แล้วพลัดหลงกัน ตัวหล่อนออกตามหาเพื่อนจนมาถึงที่นี่เมื่อถามถึงเพื่อนๆ ก็ปรากฏว่าคนพวกนี้ก็กักตัวหล่อนไว้จนถึงบัดนี้ หล่อนจะหนีก็ไม่ได้ด้วยสิ่งที่จะพาหล่อนไปจากที่นี่ได้หายไป

พวกเขาเหล่านั้นพาหล่อนมาอยู่ในห้องนี้และให้สมุดบันทึกเล่มนี้มา ดังนั้น ในยามเหงาหรือรู้สึกอัดอั้นตันใจหล่อนจึงได้แต่ระบายมันลงในสมุดบันทึกเล่มนี้ทุกครั้งไป

ศนิวาร ปีมะโรง แรม ๒ ค่ำ เดือน ๗

“วันนี้ข้าดีใจยิ่งนักแทบจะโผเข้ากอดพี่ชายเลยทีเดียว เพราะการปรากฏตัวของพี่ชายข้านั่นหมายถึง ความหวังที่ข้าจะได้ออกไปจากที่แห่งนี้ย่อมมีมากขึ้นตามไปด้วย กระนั้นก็ตามพี่ชายข้าก็ยังไม่อาจจะพาข้าออกไปได้ในทันที ด้วยต้องตามหาของสำคัญของข้าให้พบเสียก่อน ข้าก็ได้แต่เฝ้ารอเวลานั้น ทั้งภาวนาให้มันมาถึงโดยเร็ว…

สิ่งที่ข้าแปลกใจก็คือ พี่ชายรู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่ เขาตามมาถูกได้อย่างไร แต่ความสงสัยนี้ก็หมดไปเมื่อพี่ชายบอกข้าว่า

“พี่ตามหาน้องมาตลอดนับแต่น้องหายไป พอตามหามาถึงที่นี่ก็ได้ยินผู้คนกล่าวถึงเรื่องน้อง พี่จึงตามมาถูก”

“ก่อนจากไป พี่ให้สัญญาว่าจะตามหาของสำคัญของข้าให้พบและจะพาข้ากลับไปโดยเร็ว”

รวิวาร ปีมะโรง แรม ๓ ค่ำ เดือน ๗

“ วันนี้พี่ชายไม่ได้มาหาข้า ทำให้ข้านึกน้อยใจ หากข้าก็ฉุกใจคิดได้ในภายหลังว่าการที่พี่ชายไม่มาเยี่ยมข้านั้น อาจเป็นไปได้ว่า พี่คงกำลังตามหาของสำคัญให้ข้าอยู่นั่นเอง เมื่อคิดได้เช่นนี้ข้าก็ค่อยเบาใจลงได้บ้าง…”

โสมวาร ปีมะโรง แรม ๔ ค่ำ เดือน ๗

“พี่ชายข้ามาหาในตอนบ่าย และบอกข้าว่าหาสิ่งสำคัญของข้าพบแล้ว มันถูกซ่อนอยู่ที่ห้องชั้นบนของสถานที่แห่งนี้ ไม่นึกเลยว่า มันจะอยู่ใกล้ตัวข้าถึงเพียงนี้ ก่อนที่พี่จะกลับไป พี่บอกข้าว่า คืนนี้เวลาสองยาม พี่จะมารอข้าบนชั้นบนสุดของที่นี่ ซึ่งข้าก็รับปากในที่สุด ก็ถึงวารที่ข้ารอคอย ข้าไม่นึกเลยว่ามันจะมาถึงเร็วเช่นนี้ สิ่งที่ข้าต้องทำต่อจากนี้ไป ก็คือเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับราตรีนี้ ….”

คืนนี้

หากใครจะนึกอุตริขึ้นไปบนดาดฟ้าก็คงจะได้เห็นหล่อนยืนพูดอยู่คนเดียว ครู่ใหญ่หล่อนก็ปีนขึ้นบนขอบดาดฟ้าแล้วกางแขนออก กระโดดลงไปอย่างไม่ลังเลแม้สักเสี้ยววินาทียังผลให้ร่างของหล่นลอยละลิ่วกระแทกพื้นปูนข้างล่าง เลือดแดงฉานสาดกระจายทั่วบริเวณอย่างน่าสยดสยองและรอบๆศพของหล่อนนั้นก็มี ขนนกสีฟ้าสวยประหลาดขนาดใหญ่ 3-4 อัน ตกเปื้อนเลือดอยู่บริเวณนั้นด้วย

ครู่ต่อมา บริเวณนั้นก็เกิดโกลาหล ทั้งตำรวจ มูลนิธิร่วมกตัญญู และที่ขาดไม่ได้สำหรับคนไทยก็คือไทยมุงเสียงจ้อกแจ้กจอแจ วิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้นทั่วไป ตำรวจลงความเห็นว่าเป็นการฆ่าตัวตาย

รุ่งเช้า แพทย์ที่เป็นเจ้าของไข้หล่อนก็เปิดแถลงข่าวแก่สื่อมวลชน ตอนหนึ่งเขากล่าวว่า

“ ตามหลักฐานที่เราพบ คือข้อความในสมุดบันทึกเล่มนี้นะครับ ผู้ตายเขียนไว้ว่าจะมีคนมารับที่ดาดฟ้าและจะนำเอาของสำคัญมาให้ ผมเข้าใจว่าอาจจะหมายถึงปีกและหางของนางกินรี เพราะตามประวัติของคนไข้คนนี้คนที่พาผู้ตายมาส่งบอกกับผมว่า ผู้ตายเพ้อตลอดเวลาว่า ตัวเองเป็นนางกินรีพลัดหลงกับเพื่อนๆและตามหาเพื่อนอยู่ จากเหตุการณ์ที่เกิดผมคิดว่า ผู้ตายนึกว่าตนเองเป็นนางกินรีและได้สวมปีกหางแล้วจึงกระโดดลงไปแบบนั้น…”

น่าแปลกว่า ไม่มีใครพูดถึงขนนกประหลาดที่ตกอยู่ข้างศพเลยแม้แต่คนเดียว ราวกับว่าไม่มีใครได้เห็นเลย

ขณะที่การแถลงข่าวกำลังดำเนินอยู่นั้น บุรุษพยาบาลคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องบอกกับนายแพทย์อย่างตกใจว่า

“คุณหมอครับเกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ ศพของคนไข้ที่กระโดดตึกเมื่อคืนนี้ หายไปแล้วครับ…หายไปต่อหน้าต่อตาผมด้วยครับ”

ภายนอกตัวอาคาร

หากใครมองขึ้นไปบนฟ้าในตอนนี้ก็จะพบภาพหญิงสาวสวยคนหนึ่งซึ่งมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับหญิงสาวที่กระโดดตึกโรงพยาบาลบ้าเมื่อคืนนี้ไม่ผิดเพี้ยน และยังมีบุรุษหนุ่มรูปงามอีกหนึ่ง บินเคียงคู่กันอยู่บนฟ้าด้วยอาภรณ์ประหลาด และปีกใหญ่สีฟ้าซึ่งสวยยิ่งกว่าสีฟ้าที่เคยพบมาทั้งสองบินเคียงคู่กันลับหายไปทางขอบฟ้าด้านทิศตะวันออก

แก้วสะดุ้งตื่นขึ้นด้วยเสียงนาฬิกาปลุก หล่อนงัวเงียคว้ามันขึ้นมากดปิด แล้วดูเวลาทำท่าจะนอนต่อ แต่หล่อนก็ต้องจำใจลุกขึ้นเมื่อได้ยินเสียงแม่ร้องสำทับว่า

“ตื่นได้แล้วยายแก้ว เดี๋ยวก็ไปโรงเรียนสายหรอก”

เมื่อแก้วทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ลงมาข้างล่าง หล่อนทักแม่ และบอกว่า

“ แม่ เมื่อคืนแก้วฝันแปลกมากเลย ฝันว่าตัวเองเป็นนางกินรีด้วยแหละ”

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *